ทัวร์ปิดทองลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา วันเดียวเก็บเกี่ยวบุญ 7-8-9 วัด, งานปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา, ทัวร์ปิดทองนิมิตผูกพัทธสีมา 2569-2570 โดย ทนาย ดร.เบิร์ต ธรรมหรรษาทัวร์ (รศ.ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล)
free counters
www.dhammahansa.com         www.btc2556.com           www.dhttv.com
www.dhammahansatour.com      www.watthaibodhi.com      www.iindiathai.com  www.indiathaicenter.com          www.watthaiindia.com         www.ndath.com
                       
เมนูหลัก
ยินดีต้อนรับสู่ www.dhammahansatour.com ธรรมหรรษาทัวร์ ร่วมกับ บางกอกไทย เซ็นเตอร์  ลอว์ บริหารงานโดย ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล (ดร.เบิร์ต) ป.ธ.6, พธ.บ., น.บ., น.ม., น.ด.(นิติศาสตร์) M.A., M.P.A., Ph.D. และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ทัวร์แสวงบุญ อินเดีย - เนปาล - พม่า - ศรีลังกา - บุโรพุทโธ อินโดนีเซีย และท่องเที่ยวไทย ไปทั่วโลก  ขอขอบคุณทุกท่าน ที่มาเยี่ยมชม..!
ข้อมูลเฉพาะ
ทัวร์แสวงบุญ
ทัวร์เอเชีย
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์ไทย
สำนักงาน
ตั๋วเครื่องบิน
Mobile/Line ID :
0990092471
คุณอุ๊ อารีรักษ์
ผู้จัดการทั่วไป
(+66)
028845683-6
ฝ่ายบริการ
วีซ่า-รถเช่า
Mobile/Line ID :
0994396677
ดร.กำธร
ผู้จัดการอาวุโส
(+66)
028845683-6
ฝ่ายขาย
การตลาด
ประชาสัมพันธ์
Mobile/Line ID :
0614026277
ดร.เบิร์ต
บางกอกไทย
0614026277
ฝ่ายบริหาร
กลุ่มเหมา
Mobile/Line ID :
0819944790
ดร.นิติกานต์
ธรรมหรรษากุล
ประธานบริหาร
0819944790
        ทัวร์ปิดทองลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา 7-8-9 วัด, งานปิดทองฝังลูกนิมิต, งานผูกพัทธสีมา, ทัวร์ปิดทองลูกนิมิตผูกพัทธสีมา 2569, ทำบุญไหว้พระปิดทองลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา โดย ธรรมหรรษาทัวร์   บริการนำเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก, " อิ่มบุญ อุ่นใจ ไปกับ..ธรรมหรรษาทัวร์ "
            บริหารงาน/หัวหน้าทัวร์/ธรรมวิทยากรบรรยาย โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล (ทนาย ดร.เบิร์ต ธรรมหรรษาทัวร์/บางกอกไทย เซ็นเตอร์ ลอว์)
    * ปริยัติศึกษา : นักธรรมชั้นเอก (น.ธ.เอก), เปรียญธรรม 6 ประโยค (ป.ธ.6),
    * ปริญญาตรี : พธ.บ.(พุทธศาสตรบัณฑิต : การสอนสังคมศึกษา), น.บ.(นิติศาสตร์) LL.B.(Laws),
    * ปริญญาโท : ศศ.ม.,(การบริหารองค์การ), น.ม.(นิติศาสตร์) LL.M.(Laws), M.P.A.(Pubiic Administration)
    * ปริญญาเอก : PhD.(Buddhist Studies), Ph.D.(Political Science), Ph.D.(Pubiic Administration),
    * นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต น.ด.(นิติศาสตร์) LL.D.(Laws) : ปริญญาโทควบปริญญาเอก WTU 
    ** ประกาศนียบัตรอบรมหลักสูตรผู้นำเที่ยว มหาวิทยาลัยธนบุรี ร่วมกับ สานักงานพัฒนาธุรกิจนาเที่ยวและมัคคุเทศก์ และผู้รับใบอนุญาตผู้นาเที่ยว (Lour Leader Licence) กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา
    ** ทนายความ (Lawyer) บริษัท บางกอกไทย เซ็นเตอร์ ลอว์ (Bang Kok Center Law CO.,LTD.) สำนักงานความนิติบุคคล โดย ทนาย รศ.ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล หรือ ทนาย ดร.เบิร์ต / อาจารย์มหาเบิร์ต และทีมงานทนายสายธรรม (มหาเปรียญธรรม) ติดต่อสอบถาม โทร.มือถือ/ไลน์ไอดี : 0994396677, 0819944790, 0614026277 สำนักงานทัวร์/Office : 028845683-6, 0990092714
    # ประธานบริหารบริษัทในเครือธรรมหรรษา (ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล/บางกอกไทย เซ็นเตอร์ ลอว์/ไอ-อินเดีย ธรรมหรรษา)
    # นายกสมาคมการศึกษาปฏิบัติธรรมและท่องเที่ยวไทย-อินเดีย (สทอ./TIA) กทม./ปทุมธานี
    # ประธานมูลนิธิศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติอินเดีย-ไทย (ITT) พุทธคยา, อินเดีย
    # นายสกสมาคมนิติธรรมหรรษา (ประเทศไทย) สนธ./NDA. กทม./ปทุมธานี
    # ประธานมูลนิธิวัดไทยโพธิวิหารอินเดีย (WTBI) พุทธคยา, อินเดีย
    # พิธีกร/วิทยากร/ธรรมวิทยากร/อาจารย์บรรยายพิเศษในสถาบันการศึกษา/องค์กรการกุศลนิติบุคคลร่วมนานาชาติอินเดีย-ไทย/ทนายความ บริษัท บางกอกไทย เซ็นเตอร์ ลอว์ จำกัด (สำนักงานทนายความประเภทนิติบุคคล)
    # เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา-การศึกษาองค์การและธุรกิจ-มีความรู้ด้านกฎหมาย ศาสนา สังคม และท่องเที่ยว มีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 20 ปีขึ้นไป นักวิชาการกฎหมาย โดยเฉพาะงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
    # งานวิจัยประกอบการศึกษาด้านนิติศาสตร์ โดยทุนการศึกษาพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมาย จากบริษัทในเครือธรรมหรรษาทัวร์ : ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต น.ม.(นิติศาสตร์) เรื่อง "ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนามัคคุเทศก์ในประเทศไทย", และปริญญาเอก นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต น.ด.(นิติศาสตร์) : ปริญญาโทควบปริญญาเอก WTU : LL.D.(Laws) ทำดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง "มาตรการทางกฎหมายในการลงโทษและควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก"
  
  A ทัวร์อินเดีย-เนปาล
สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
1. ลุมพินี ที่ประสูติ (เนปาล)ท
2. พุทธคยา ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่ตรัสรู้
3. สารนาถ ที่แสดงปฐเทศนา
4. กุสินารา สาลวโนทยา ที่ปรินิพพาน

พุทธสถานสำคัญ 5 ตำบล

5. ราชคฤห์ เขาคิชฌกูฎ-เวฬุวัน
6. นาลันทา หลวงพ่อดำ สารีปุตตสถูป
7. เวสาลี วัดป่ามหาวัน-ปาวาลเจดีย์
8. สาวัตถี เชตวันมหาวิหาร
9. กบิลพัสดุ์ เมืองของเจ้าศากยวงศ์

วันเดินทาง รวม 7 คืน / 8 วัน
-อาทิตย์ : ดอนเมือง-พุทธคยา
-จันทร์ : ราชคฤห์-นาลันทา
-อังคาร : เวสาลี-กุสินารา
-พุธ : กุสินารา-ลุมพินี
-พฤหัส : ลุมพินี-สาวัตถี
-ศุกร์ : สาวัตถี-พาราณสี
-เสาร์ : พาราณสี-พุทธคยา
-อาทิตย์ : พุทธคยา-ดอนเมือง
   FD แอร์เอเชีย 8 วัน
  บินตรงไป-กลับ พุทธคยา
30,900.-/33,900.-
*คลิกดูโปรแกรมทัวร์ที่นี้*

 












2567-68 : ทัวร์อินเดีย-เนปาล สังเวชนียสถาน 4 ตำบล โดยสายการบินภูฐานแอร์ไลน์ B3  โปรแกรมทัวร์..โหลด/คลิกที่นี่..
ทัวร์ปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา 2569 

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เส้นทาง กทม. - นครปฐม - กาญจนบุรี
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เส้นทาง กทม. - นครปฐม - กาญจนบุรี
วันตรุษจีน อังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เส้นทาง กทม. - นครปฐม - กาญจนบุรี
วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เส้นทาง กทม. - นครปฐม - ราชบุรี
วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เส้นทาง กทม. - นครปฐม - ราชบุรี
พันธมิตร
บจก.บางกอกไทย
เซ็นเตอร์ ลอว์
สนง.ทนายความ
โดย ดร.เบิร์ต

สมาคมการศึกษา
ปฏิบัติธรรมและ
ท่องเที่ยวไทย-
อินเดีย (สทอ.)

สมาคม
นิติธรรมหรรษา
(ประเทศไทย)
สนธ./NDA.

มูลนิธิ
วัดไทยโพธิ
วิหารอินเดีย
(WTBI) พุทธคยา



ทัวร์ปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา
งานปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา
ทัวร์ปิดลองฝังลูกนิมิต 7-8-9 วัด
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา

     * รองศาตราจารย์ ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล
** พันตำรวจโทหญิง สุวิมล ธรรมหรรษากุล
    งานปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกสีมา : ที่เรียกกันว่า "งานปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา" นั้น ความจริงเป็นงาน " ปิดทองฝังลูกนิมิต-ผูกสีมา " พัทธสีมา คือ สีมาที่ผูกแล้ว เพราะคำว่า "พัทธ" แปลว่า "ผูกแล้ว" เมื่อยังไม่ผูกก็ยังไม่เป็น "พัทธสีมา" ดังนั้น เราจึง "ผูกสีมา" ให้เป็นพัทธสีมา
       คำว่า "ผูก" ในที่นี้หมายความว่า "ตกลงกัน กำหนดกันไว้" การมีพัทธสีมา ด้วยการฝังลูกนิมิต-ผูกสีมา จึงมีความหมายสำคัญ เป็นการทำให้พระสงฆ์มีสถานที่ประกอบสังฆกรรม ดำเนินกิจการพระพุทธศาสนาได้โดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย ทำให้วัดมีฐานะสมบูรณ์ และเป็นเครื่องแสดงว่าคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานลง ณ ที่นั้นอย่างเป็นหลักฐานมั่นคงแล้ว
      สีมา เป็นภาษาบาลี แปลว่า "เขต" เมื่อมีการสร้างวัดขึ้นมา ต้องมีเขตที่สงฆ์มาประชุมทำงาน ส่วนที่เรียกว่า "สังฆกรรม" ซึ่ง สีมา หรือ เขต นั้น ต้องมีเครื่องหมายกำหนดไว้ คนอื่นจะได้รู้ด้วยว่าอยู่ในเขตหรือไม่ ขอบเขตนั้นแค่ไหน คำว่า "เครื่องหมาย" ในภาษาบาลี เรียกว่า "นิมิต"
       การผูกสีมา เป็นกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสงฆ์มีเขตที่ประชุมที่จะทำสังฆกรรมต่างๆ ตามวินัยวางหลักไว้ว่า "จะต้องจุพระภิกษุไม่น้อยกว่า 21 รูป" ตามประเพณีที่เป็นวิวัฒนาการยุคหลัง นิยมผูกสีมา เฉพาะตัวสถานที่ที่จะใช้เป็นที่ประชุม คือ ที่ตัวอาคาร อุโบสถ หรือ โบสถ์ เมื่อใครเข้ามาในสีมาแล้ว ถ้าเป็นพระภิกษุต้องเข้าที่ประชุม ถ้าไม่เข้าก็ทำให้สังฆกรรมเป็นโมฆะ และระหว่างมีสังฆกรรมอยู่จะมีภิกษุอื่นเข้ามาในเขตไม่ได้ ถ้ามีต้องเข้าที่ประชุมหมด
       "นิมิต" คือ "เครื่องหมาย" : ลูกนิมิต เป็นลูกมีลักษณะกลมหลายขนาดทำด้วยหิน ใช้ฝังไว้เพื่อไม่ให้เคลื่อนที่ไปไหน กำหนดเป็นเขตพัทธสีมา ของแต่ละวัดที่เรียกว่า "อุโบสถ" วัดหนึ่งจะมีเพียงแห่งเดียว ใช้เป็นสถานที่ทำสังฆกรรม เช่น สวดพระปาติโมกข์ บวชพระ เมื่อสร้างเสร็จแล้วต้องได้รับ "พระราชทานวิสุงคามสีมา" โดยมีพระบรมราชโองการ หรือรัฐบาลประกาศจัดสรรให้เป็นพิเศษ ตามพระธรรมวินัย ลูกนิมิตมี 8 ลูก กำหนดเขตแดน 8 ทิศ สิ้นสุดเขตวิสุงคามสีมา ต้องทำสังฆกรรมในเขตที่กำหนด

ลูกนิมิต กับ ใบสีมา
       
        ลูกนิมิต พระพุทธเจ้าได้ทรงอนุญาตวัตถุ 8 ชนิดให้ใช้เป็นนิมิต คือ ภูเขา ศิลา ป่าไม้ ต้นไม้ จอมปลวก หนทาง แม่น้ำ และ น้ำ ในปัจจุบันนี้นิยมกันลงตัวให้เอาศิลาเป็นนิมิต และนิยมก้อนศิลากลม จึงเรียก "ลูกนิมิต" และนิยมฝังลงในดินให้เคลื่อนที่ไม่ได้ จึงเรียก "ฝังลูกนิมิต" เมื่อกำหนดเขต (สีมา) ได้แล้ว และได้วัตถุที่เป็นนิมิตแล้ว คณะสงฆ์จะมาประชุมและตกลงกันว่า "เขตสีมาอยู่รอบบริเวณเท่านี้" โดยมีนิมิตซึ่งเป็นก้อนหินเหล่านี้เป็นเครื่องกำหนดเขต
       ลูกนิมิต นิยมให้มี 8 ทิศ เขตสีมาจะเป็นไปตามลูกนิมิตทั้ง 8 ลูกนั้น เมื่อดึงเส้นโยงจากลูกนิมิตลูกหนึ่งไปยังอีกลูกหนึ่ง จนครบ 8 ลูก รูปร่างสีมา คือ เขตสงฆ์นั้นจะปรากฎขึ้นมา ต่อมาได้เกิดประเพณีปฏิบัติในเชิงวัฒนธรรมขึ้นมา ให้เพิ่มเติมนิมิตอีกลูกหนึ่ง เป็นลูกที่ 9 อยู่ตรงกลาง เลยเรียกเป็นลูกประธาน ซึ่งไม่ได้กำหนดเขตอะไร ส่วนลูกจริง คือ ลูกที่อยู่ด้านข้างทั้ง 8 ลูก
       ดังนั้น เมื่อกล่าวโดยสรุป สิ่งที่ใช้เป็นเครื่องหมายกำหนดเขต เรียกตามภาษาบาลีว่า "นิมิต" เขตที่ตกลงกันตามเครื่องหมายนั้น เรียกว่า "สีมา" ถ้าเป็นเขตที่พระสงฆ์ประชุมกันลงมติกำหนดขึ้นเอง เรียก "พัทธสีมา" แปลว่า "สีมาที่คณะสงฆ์ผูกขึ้น" หรือ "สีมาที่คณะสงฆ์ผูกแล้ว"
       ใบสีมา นิมิตที่ใช้กำหนดเขตพัทธสีมา นิยมใช้ก้อนหินกลมขนาดพอสมควร ฝังลงในดิน และนิยมทำแผ่นหิน แผ่นอิฐ หรือ แผ่นไม้ก่อวางไว้เหนือหลุม เพื่อเป็นที่สังเกตว่าลูกนิมิตอยู่ตรงนั้น จึงเรียกแผ่นหินเป็นต้นนั้นว่า "ใบสีมา" คณะสงฆ์จะดำเนินการกำหนดเขตพัทธสีมา โดยมาประชุมกันตกลงกำหนดเขตตามลูกนิมิตที่นำมาฝังลงในหลุม และประกาศความตกลงไว้เป็นหลักฐาน พิธีการนี้จึงเป็นสังฆกรรมที่มีชื่อเรียกว่า "การฝังลูกนิมิต-ผูกสีมา"
      
      
        วิสุงคามสีมา

        วิสุงคาม คือ ที่ซึ่งพระเจ้าแผ่นดิน (พระราชาประเทศที่เป็นราชอาณาจักร) หรือประธานาธิบดี (ผู้นำสูงสูดของประเทศในฐานะเป็นประเทศสาธารณรัฐ หรือระบบอื่นๆ) ได้แบ่งออกจากเขตบ้านเมือง พระราชทานให้เป็นสิทธิแก่ "ผู้ใดผู้หนึ่ง
        วิสุงคามสีมา คือ เขตแดนของคณะสงฆ์ ซึ่งแยกต่างหากจากบ้านเมือง หรือ ดินแดนของพุทธจักรแยกต่างหากจากอาณาจักร โดยมีพระบรมราชโองการพระราชทานไว้ หรือ รัฐบาลประกาศจัดสรรให้ การพระราชทานที่ให้เป็นวิสุงคามสีมา ถือว่าเป็นธรรมเนียมที่มีการพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวัด
       ฉะนั้น วิสุงคามสีมา มีความสำคัญทั้งในด้านวินัยและกฎหมาย การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เท่ากับเป็นการเลื่อนฐานะของวัด ทำให้ได้ประโยชนทางพระวินัย ที่จะได้มีการผูกสีมาเป็นที่ประกอบสังฆกรรม หากยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ก็ยังเป็นสำนักสงฆ์ คือ เป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์เท่านั้น เมื่อได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว พระสงฆ์ก็จะผูกสีมาลงภายในให้เป็นพัทธสีมาต่อไป ดังนั้น ต้องได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาก่อน จึงจะมีการฝังลูกนิมิตผูกสีมาได้
       การถอนสีมา ต้องทำก่อนผูกสีมา เพราะบางคราวปรากฎว่าสถานที่ที่จะผูกสีมาขึ้นใหม่ ไปทับคร่อม หรือ คาบเกี่ยว กับพัทธสีมาที่พระสงฆ์ชุดอื่น เคยประกาศกำหนดไว้ในอดีตเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว หรือหลายร้อยปี หรือพันปีล่วงมาแล้ว และอาจไม่มีร่องรอยเหลืออยู่บนพื้นดินเลย ถ้ามีการผูกสีมาทับลงไป ท่านวางหลักการตัดสินไว้ว่า ให้สีมาที่ผูกขึ้นมาใหม่ เป็นโมฆะ คือ ใช้ไม่ได้ วิธีแก้ไขกรณีเช่นนี้ ในพระธรรมวินัยกำหนดไว้ว่า เมื่อสงฆ์จะผูกสีมาใหม่ ให้ประชุมกันลงมติประกาศยกเลิกถอนพัทธสีมาเก่าที่เคยตั้งอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นก่อน การประชุมสงฆ์ลงมติประกาศยกเลิกเพิกถอนพัทธสีมาเก่าเช่นนี้ เรียกง่ายๆ ว่า "การถอนสีมา"
การปิดทองลูกนิมิต

        การปิดทองลูกนิมิต ไม่ใช่ส่วนของพุทธบัญญัติ แต่เป็นส่วนของวัฒนธรรมประเพณี กล่าวคือ กิจการทางพระพุทธศาสนา เราถือว่าเป็นเรื่องของพุทธบริษัททั้ง 4 แม้จะเป็นเรื่องของพระสงฆ์ก็เปิดโอกาสให้ญาติโยมคฤหัสถ์มีส่วนร่วม ด้วยเหตุนี้จึงเกิดประเพณีเพิ่มขึ้นมาในงานผูกสีมา ทำให้เกิดงานพิธีต่างๆ ตามมา
       การมีส่วนร่วมของชาวบ้าน เรียกว่า "การทำบุญ" ฉะนั้น จึงมีประเพณีการทำบุญในการผูกสีมา และสิ่งที่ทำในงานนี้ชาวบ้านเห็นว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งลูกนิมิตก็กลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์ จึงมีพิธีปิดทองลูกนิมิตตามมา

การบูชาพระพุทธเจ้า
บูชาพระอรหันต์ 8 ทิศ
  การบูชาพระนพเคราะห์    

        การปิดทองลูกนิมิต ผูกสีมา ถือเป็น "การบูชาพระพุทธเจ้า" และ "บูชาพระอรหันต์ 8 ทิศ" และเป็น "การบูชาพระนพเคราะห์" หรือเป็น "การสะเดาะเคราะห์ ต่ออายุต่อดวงชะตา เสริมบารมี" ต่อมาในระยะหลัง ท่านผู้รู้นักปราชญ์บัณฑิตจึงคิดประมวลเอาลูกนิมิตทั้ง 9 ลูก รอบๆ อุโบสถ เป็นมากุศโลบายให้คนได้ ทำบุญสร้างบารมี และต้องการให้สอนให้คนรู้จัก "บูชาพระพุทธเจ้า และ พระอรหันต์ 8 ทิศ" พร้อมๆ กับได้ "บูชาพระนพเคราะห์" โดยคิดหาเหตุผลโยงมาจับคู่กับลูกนิมิตทั้ง 9 ลูก
        ลูกนิมิต จึงถือกันว่า "เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระศาสดา และพระสาวกผู้เป็นพระอรหันต์ 8 ทิศ เป็นการบูชาคุณของพระพุทธเจ้า และคุณของพระอรหันต์ 8 ทิศ" อีกทั้งเป็น "การบูชาพระนพเคราะห์ เทวดาประจำวันเกิดอีกด้วย" ลำดับวันถือตามหลักโหราศาสตร์ เวียนตามจักรราศี ดังต่อไปนี้...
        1. นิมิตลูกเอก เพื่อบูชา พระพุทธเจ้า และบูชา พระเกตุ อยู่ใจกลางอุโบสถ กำลังวัน 9
        2. ทิศบูรพา เพื่อบูชา พระอัญญาโกณฑัญญะ และบูชา พระจันทร์ กำลังวัน 15
        3. ทิศอาคเนย์ เพื่อบูชา พระมหากัสสปะ และบูชา พระอังคาร กำลังวัน 8
        4. ทิศทักษิณ เพื่อบูชา พระสารีบุตร และบูชา พระพุธ (พุธกลางวัน) กำลังวัน 17
        5. ทิศหรดี เพื่อบูชา พระอุบาลี และบูชา พระเสาร์ กำลังวัน 10
        6. ทิศปัจจิม เพื่อบูชา พระอานนท์ และบูชา พระพฤหัสบดี กำลังวัน 19
        7. ทิศพายัพ เพื่อบูชา พระควัมปติ และบูชา พระราหู (พุธกลางคืน) กำลังวัน 12
        8. ทิศอุดร เพื่อบูชา พระมหาโมคคัลานะ และบูชา พระศุกร์ กำลังวัน 21
        9. ทิศอิสาน เพื่อบูชา พระราหุล และบูชา พระอาทิตย์ กำลังวัน 6

      
สีมา กับ โบสถ์ หรือ อุโบสถ

        สีมา กับ โบสถ์ : พระพุทธเจ้าทรงกำหนดเรื่องเขตทำสังฆกรรมที่พระสงฆ์ต้องมาร่วมประชุมกัน คือ สีมา หรือ
เขต นี้ ไม่จำเป็นต้องมีอาคาร แต่พระพุทธองค์ทรงมีพุทธานุญาตให้มีตัวอาคารสำหรับเป็นที่ประชุมได้ เรียกว่า "โรงอุโบสถ" ซึ่งแปลมาจากคำบาลีว่า "อุโปสถัคคะ" หรือ "อุโปสถาคาร"
       อุโบสถไม่ใช่ชื่อสถานที่ แต่คือ สังฆกรรม หรือ งานส่วนรวมที่ต้องทำประจำอยู่เสมอ คือ การที่พระภิกษุไปประชุมกันทุกวันพระกลางเดือน และวันพระสิ้นเดือน (วันขึ้น/แรม 15 ค่ำ) เพื่อสวดพระปาฎิโมกข์ ซักซ้อมวินัย อาคารที่ทำอุโบสถ จึงเรียกว่า "โรงอุโบสถ" ต่อมาเรียกโรงอุโบสถสั้นลงเป็น "อุโบสถ" และเรียกให้สั้นและง่ายลงไปอีกจะเหลือแต่คำว่า "โบสถ์"
      
วัด (สำนักสงฆ์) กับ สีมา

        วัด กับ สีมา : วัด คือ สถานที่ที่พระสงฆ์อยู่อาศัย และใช้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติศาสนกิจ ซึ่งได้แก่กิจการทั้งในหมู่พระสงฆ์เอง และที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ชีวิตและการปฏิบัิติศาสนกิจของพระสงฆ์ เนื่องกันอยู่กับประชาชน จึงมิใช่พระสงฆ์ฝ่ายเดียวเท่านั้นที่ใช้วัด แม้ประชาชนก็ใช้วัดเป็นที่แสวงธรรมและประกอบกิจกรรมที่เป็นกุศลด้วย
       ที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ไม่ได้มีความหมายเหมือนบ้านเรือนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เพราะพระสงฆ์ไม่ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นสมบัติของตนเอง และการอยู่ไม่ใช่ความหมายหลัก แต่การปฏิบัติศาสนกิจต่างหากที่เป็นความหมายหลัก คือ อยู่อาศัยเป็นปัจจัยประกอบ เพื่อจะทำหน้าที่ของพระให้ได้ผลสมบูรณ์
        ฉะนั้น วัดจึงเป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ศึกษาเล่าเรียน ประพฤติปฏิบัติประกอบกิจกรรมตามพระธรรมวินัย และเผยแผ่อบรมสั่งสอนธรรมแก่ประชาชน
       พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และ ฉบับที่ 2 (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ.2535 มาตรา 31 บัญญัติว่า "  วัดมีสองอย่าง
        (1) วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
        (2) สำนักสงฆ์
        ให้วัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล
        เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไป"
        มาตรา 45 บัญญัติว่า "ให้ถือว่าพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์และไวยาวัจกร เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา"
       กล่าวโดยสรุปว่า ถ้ายังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จะเป็นเพียงสำนักสงฆ์ แม้จะตั้งขึ้นตามกฎหมายโดยมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม และวัด มีฐานะเป็น "นิติบุคคล" เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเจ้าคณะปกครองสงฆ์ ตั้งแต่ระดับวัด/ตำบล/อำเภอ/จังหวัด/ภาค/หน/มหาเถรสมาคม หรือพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์เป็นเจ้าพนักงาน